บทที่ 8 ตอนที่ 8คนอย่างหม่อมฉันสมควรตายหรือ
ตอนที่ 8คนอย่างหม่อมฉันสมควรตายหรือ
"พี่เสี่ยวอี้หายดีแล้วหรือ" หลังจากที่ต้องเข้ามาคอยส่งของให้ตำหนักท้ายจวนตลอดเวลา จิ้นผิงก็สนิทกับเสี่ยวอี้และพระชายาซุนฮวาไม่ยากนัก
"หายดีแล้วน่ะสิ ข้าจะมัวแต่นอนป่วยอยู่ได้อย่างไร หากข้าไม่หายเสียทีพระชายามิต้องเหนื่อยเพราะข้าหรอกหรือ" เสี่ยวอี้รับตะกร้า เนื้อสัตว์ผักและผลไม้มาจากจิ้นผิง นางถอนหายใจออกมา เพราะสงสารเจ้านายของตัวเอง มีวาสนาสูงส่งเป็นถึงพระชายาชินอ๋อง แต่ก็ไม่เป็นที่โปรดปรานเสียนี่
"วันนี้ท่านอ๋องเข้าวังข้าไม่ต้องรีบกลับ เดี๋ยวข้าจะอยู่ช่วยงานพระชายากับพี่เสี่ยวอี้ให้เสร็จก่อนแล้วค่อยกลับดีหรือไม่" จิ้นผิงเห็นว่าเสี่ยวอี้วิ่งออกมารับของจากนาง ทั้งเนื้อตัวยังเปียกปอน เมื่อชะโงกหน้าเข้าไปก็เห็นว่าเสี่ยวอี้กำลังซักอาภรณ์ของพระชายาซุนฮวาอยู่ นางจึงอาสาอยู่ช่วยงานก่อน เพราะพ่อบ้านเฉินก็สั่งนางว่าหากมีอะไรสามารถหยิบจับได้ ก็ให้ทำอย่างเต็มที่
"จริงหรือ ดีเลยข้าซักผ้ายังไม่เสร็จเสียที เจ้าไปช่วยพระชายาทางด้านโน้นก่อนเถอะ"
ใบหน้าเสี่ยวอี้มีแววยินดี เพราะถึงอย่างไรงานที่ตำหนักก็มากเกินกว่ากำลังของนางคนเดียว ถึงแม้พระชายาจะออกมาช่วยทำทุกอย่าง แต่บ่าวรับใช้เช่นนางย่อมไม่ต้องการเช่นนั้น นางอยากให้พระชายานางนั่งเย็บปักถักร้อย ทำเครื่องหอมฆ่าเวลาไปวัน ๆ เสียมากกว่า
"เจ้าค่ะพี่เสี่ยวอี้ งั้นพี่ไปซักอาภรณ์ต่อเถอะเดี๋ยวจะไม่ทันแดด เอาตะกร้ามาให้ข้าเดี๋ยวข้าไปหาพระชายาเอง"
จิ้นผิงรับตะกร้าคืนมาจากมือของเสี่ยวอี้ นางเดินเข้าไปในครัว เมื่อหันไปมองรอบด้านก็ไม่เห็นพระชายาซุนฮวา นางจึงลงมือเก็บของเข้าที่และเก็บกวาดในห้องครัวให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินออกมาที่ลานกว้างด้านซ้ายของตำหนักท้ายจวนจิ้นผิงรีบวิ่งเข้าไปยังแปลงผักอย่างรวดเร็ว
"พระชายาให้หม่อมฉันทำเถอะเพคะ"ซุนฮวาหันไปมองตามเสียงที่ดังขึ้นมา นางส่งยิ้มไปให้สาวรับใช้ในจวนอ๋องที่คุ้นเคยกันบ้างแล้ว
"ข้าทำได้ หาใช่เรื่องยากเย็นอันใด" จิ้นผิงแทบจะร้องไห้ออกมา บนโลกใบนี้จะมีสตรีใดที่ชีวิตรันทดเหมือนพระชายาของนางอีกหรือไม่ ช่างน่าเวทนายิ่งนัก
"ให้หม่อมฉันทำเถอะเพคะ หม่อมฉันอยากช่วยพระชายาบ้าง" ซุนฮวาเห็นใบหน้าหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออกของสาวรับใช้เช่นนั้น นางจึงพยักหน้า และยื่นถังรดน้ำไปให้ ส่วนตนเองก็ขยับออกไปนั่งที่ศาลาหลังเล็ก
"เจ้าไม่ต้องรีบกลับหรือจิ้นผิง" ซุนฮวารินน้ำชาใส่ถ้วยก่อนจะยกขึ้นดื่มนางนั่งมองสาวรับใช้จวนอ๋องทำงานอย่างตั้งใจ เด็กสาวผู้นี้ขยันขันแข็ง และมีน้ำใจเป็นอย่างมาก นางรู้สึกถูกชะตายิ่งนัก
"ไม่เพคะท่านอ๋องเข้าวังแต่เช้า..." จิ้นผิงเงยหน้าไปยิ้มตอบพระชายา แต่แล้วใบหน้านางก็กลับซีดเผือดเพราะเห็นเงาร่างกำยำและน้ำเสียงอันดุดันที่ตวาดเข้ามา เข่าสองข้างของนางล้มลงทันที
"เพราะข้าไม่อยู่หรือ เจ้าถึงกล้าขัดคำสั่งข้า พ่อบ้านเฉินลากนังบ่าวอวดดีไปโบยให้ตายเสีย"
"ขออภัยเพคะท่านอ๋อง บ่าวผิดไปแล้ว บ่าวสำนึกแล้ว"จิ้นผิงรีบคุกเข่าลงที่พื้น ศีรษะโขกไปที่พื้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าเสียจนหน้าผากนางอาบย้อมไปด้วยสีเลือด น้ำตาไหลออกจากดวงตาที่สั่นไหวอย่างหวาดกลัว
"ท่านอ๋อง จิ้นผิงทำสิ่งใดผิดหรือ หรือว่าผู้ที่มีใจช่วยเหลือหม่อมฉันสมควรถูกลงโทษจนตายอย่างนั้นหรือเพคะ หม่อมฉันไม่สมควรที่จะได้รับน้ำใจจากผู้ใดอย่างนั้นหรือ หากท่านอ๋องอยากฆ่าใครสักคนให้ตายก็ฆ่าหม่อมฉันเถิดเพคะ เพราะอย่างไรคนอย่างหม่อมฉันก็สมควรตายตั้งแต่เล็กแล้ว อย่าดึงคนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาเลย"
ซุนฮวาเดินไปยืนขวางหน้าจิ้นผิง สายตาแสนเศร้ามองตรงไปยังจ้าวฉงซานอย่างไม่หลบสายตา เหตุใดพี่ชายใจดีในอดีตถึงได้กลายเป็นคนใจร้ายถึงเพียงนี้
"พ่อบ้านเฉินยังไม่ลากนังบ่าวผู้นี้ออกไปอีก หรือว่าคำสั่งของข้าเจ้าก็ไม่ฟังเสียแล้ว" จ้าวฉงซานจ้องหน้าพระชายาตนเองวาวโรจน์ ทว่าปากกลับตวาดพ่อบ้านที่ยืนลังเลไม่กล้าทำสิ่งใดอยู่ด้านหลัง
"พ่อบ้านเฉินเช่นนั้นก็โบยข้าด้วยเถิด ความผิดของจิ้นผิงข้าขอรับไว้เอง" ในเมื่อเห็นแล้วว่าจ้าวฉงซานคงจะไม่ละเว้นโทษจิ้นผิงแน่ นางจึงเดินนำพ่อบ้านออกไปยังลานรับโทษ
จ้าวฉงซานสูดลมหายใจเข้าปอดลึก เขาเดินเข้าไปกระชากข้อมือบางของซุนฮวา และลากนางเข้าไปยังห้องนอนด้านในตำหนัก
"อะ..."ซุนฮวาร้องออกมาเพียงครึ่งคำ ก่อนจะข่มความเจ็บเดินตามแรงกระชากเข้าไป
"พระชายาเพคะ" เสี่ยวอี้ได้ยินเสียงดังจึงรีบวิ่งเข้ามา นางมาทันเห็นว่าพระชายาของนางถูกผู้เป็นพระสวามีลากเข้าไปในห้องเสียแล้ว
"หลีกไป" ซุนฮวาพยักหน้าให้เสี่ยวอี้ เพราะรู้ดีว่าไม่มีผู้ใดสามารถขวางโทสะของท่านอ๋องเวลานี้ได้
จ้าวฉงซานลากซุนฮวาไปเหวี่ยงลงบนเตียง ร่างหนากระชากฉีกอาภรณ์สีกลีบบัวจนขาดวิ่น ซุนฮวารู้ดีว่าเขาต้องการสิ่งใด นางไม่ต่อต้าน เพราะรู้ดีว่าต่อต้านไปก็มีแต่จะเป็นการยั่วโทสะอีกฝ่ายมากขึ้นไปอีก ร่างบางหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้ฉงซานระบายอารมณ์ใส่ร่างกายนางอย่างที่เขาต้องการ
"อะ..." ไม่มีความสุขสมใด ๆ จากการกระทำอันแสนป่าเถื่อน ฉงซานกระแทกเอวสอบเข้าสู่ร่างบางอย่างรุนแรงและดุดัน
ซุนฮวาไม่ร้องเหมือนเช่นตอนแรก เพราะรู้ดีว่าการร้องไห้จะยิ่งทำให้เขาหงุดหงิด นางจึงเลือกที่จะหลับตาลง และยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น ความจริงแล้วท่านอ๋องเป็นสวามีของนาง นางย่อมต้องปรนนิบัติสวามี หากสวามีมีความต้องการนางก็ย่อมต้องยินยอม อ่า...แต่ข้าปวดขาเสียแล้วสิ ท่านอ๋องจะยกขาข้าทำไมกันนะ เมื่อเช้าอากาศดีมาก ผ้าที่เสี่ยวอี้ซักคงจะแห้งทัน แปลงผักจะมีหนอนมากินใบไหมนะ แต่ไม่เป็นไรข้าแบ่งเจ้ากินได้ วันนี้ทำน้ำแกงไก่ กับรากบัวผัดรสเผ็ดดีหรือไม่ นางเป็นตัวอัปมงคลตามที่ท่านพ่อกับแม่เลี้ยงกล่าวหาจริงหรือไม่นะ และคำพูดของท่านย่าที่สั่งสอนนางก็แว่วเข้ามา นางรู้ดีว่านางแต่งออกมาเช่นนี้ จะกลับไปอยู่จวนสกุลกัวก็คงเป็นไปไม่ได้แล้ว นางก็เหมือนน้ำที่ถูกสาดออกไป ไม่สามารถไหลย้อนกลับ แต่นางจะอยู่ได้ตลอดไปจริงหรือ เหตุใดท่านอ๋องถึงได้รังเกียจนางเช่นนี้ แต่แล้วความคิดของนางก็หยุดลงเมื่อได้ยินคำสั่งของคนด้านบน ขาเรียวแยกออกจากกันตามคำสั่งทันที
"อ้าส์...จะแตกแล้ว...แยกขากว้าง ๆ"
เสียงจ้าวฉงซานคำรามต่ำ แรงกระแทกถี่ยิบเช่นนี้นางรู้ดีว่าของเหลวบางอย่างจากร่างกายเขาจะไหลออกมา ถึงแม้จะออกเรือนมา แต่นางก็เหมือนจะไม่ประสีประสาอะไรเท่าไรนัก ความสุขสมอย่างที่แม่สื่อว่าคือสิ่งใด นางไม่เคยได้รับรู้เลยสักครั้ง
"เสร็จแล้ว...อ้าส์...ข้าเสร็จแล้ว"
ธารน้ำอุ่นไหลเข้ามาในร่างกายของซุนฮวาหยดแล้วหยดเล่า จ้าวฉงซานฟุบตัวลง ใบหน้าซบลงที่ลาดไหล่บางเขาฝังคมเขี้ยวลงไปยังลาดไหล่บางจนขึ้นรอยฟันชัดเจน นางไม่กล้าผลักเขาออก ปล่อยให้เขานอนทับนางเช่นนั้น
จ้าวฉงซานหันไปมองบนโต๊ะ ผ้าเช็ดหน้าที่ถูกปักยังไม่แล้วเสร็จวางไว้บนโต๊ะในห้อง คิ้วหนาขมวดขึ้น เขาลุกออกจากร่างบาง และเดินไปยังโต๊ะนั้น มือหนาหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นขึ้นมาดู ก่อนจะฉีกกระชากให้ขาดออกเป็นเสี่ยง ๆ
"หยุดความคิดของเจ้าเสียซุนฮวา เจ้าไม่มีสิ่งใดคู่ควรกับพี่ใหญ่ข้า อย่าว่าแต่พี่ชายข้าเลย แม้แต่ตัวข้าเองเจ้าก็ไม่คู่ควร"
โทสะของจ้าวฉงซานปะทุขึ้นอีกครั้ง ซุนฮวาขมวดคิ้วมองอย่างไม่เข้าใจ นางไม่ได้คิดอันใดกับองค์ไท่จื่อ อยู่ ๆ เขาเอ่ยถึงองค์ไท่จื่อออกมาทำไมกัน จ้าวฉงซานเดินกลับมาขึ้นเตียงอีกครั้ง ร่างหนาโถมลงไปที่ร่างบาง ซุนฮวาเบิกตาขึ้นก่อนจะหลับตาลงเมื่อแท่งหยกอันใหญ่โตสอดเข้ามาในร่างนางอีกครั้งและอีกครั้ง
